Thursday, February 21, 2013

The Mae Ngat Dam & Reservoir,Wat Paa Arunya Vivak Maethang district ChiangMai




The Mae Ngat Dam & Reservoir






The Mae Ngat Dam & Reservoir,

เขื่อนแม่งัด สมบูรณ์ชล เชียงใหม่่ 









พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมโครงการดังกล่าว และทรงมีพระราชดำริว่า ?โครงการประเภทไหนถ้าพิจารณาดูแล้วเห็นว่าสามารถอำนวยประโยชน์ได้มากกว่า ก็สมควรจะเลือกสร้างโครงการประเภทนั้น? กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจึงได้ร่วมมือกันก่อสร้างโรง ไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลในปี พ.ศ.๒๕๒๐ โดยกรมชลประทานดำเนินการสร้างเขื่อน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยดูแลเรื่องโรงไฟฟ้า แล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๒๘ ตัวเขื่อนมีลักษณะเป็นเขื่อนดินถมสูง ๕๙ เมตร ยาว ๑,๙๕๐ เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ ๒๖๕ ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำ ให้พื้นที่เพาะปลูกได้ ๑๘๘,๐๐๐ ไร่



















Situated in the Sri Lanna National Park, The Mae Ngat Dam & Reservoir was one of Chiang Mai's best kept secrets. This enormous stretch of fresh water was formed when a Dam was built across the Mae Ngat river and flooded the valley. The Mae Ngat Reservoir sits between the Mae Ngat and Mae Taeng forests creating an idyllic spot to relax, swim or to fish. The reservoir has Giant Catfish, Jungle Fish and Indian Carp. Kayaks are also available for hire.  


The reservoir has many tributaries and bays along its length and the surrounding forests are a haven for wildlife. 



There are several floating houseboats available for rent either for the day or to stay overnight. The accommodation is fairly basic but there is now an electricity supply to most of the houseboats. There are also restaurants where you can order food & drinks. If you want to enjoy the peace and tranquility, try to avoid weekends as this is now becoming a favourite place for many Thai students. Boats are available for hire at the reservoir entrance to take you to the houseboats and the trip takes about 15 minutes.
















































































                                       Amm , before going to Virginia The USA. 




















































































Way back to Wat  Paa Arunya Vivak











พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป วัดอรัญวิเวก เชียงใหม่ ชื่อเดิม นายเปลี่ยน วงษาจันทร์ เกิดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2476 (ปีระกา) บ้านโคกคอน ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร บิดาชื่อ นายกิ่ง วงษาจันทร์ มารดาชื่อ นางอรดี สกุลเดิม จุลราชภักดี มีพี่น้องเป็นชาย 5 คน หญิง 1 คน พระอาจารย์เปลี่ยน เป็นบุตรคนที่ 3 โดยตา คือ ขุนจุนราชภักดี และยายได้ขอไปเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ จนเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เมื่ออายุ 11 ปี มารดาจึงให้มาช่วยทำการค้าช่วยเหลือครอบครัว.....เมื่ออายุ 18 ปี เริ่มสนใจวิชาแพทย์ และได้ฝึกฉีดยารักษาคนไข้กับหมอประจำอำเภอ ซึ่งเป็นญาติกัน ซึ่งเคยคิดจะไปเรียนต่อที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในกรุงเทพฯ แต่มารดาขอให้อยู่ช่วยคุมการค้าต่อไป.... พระอาจารย์เปลี่ยน คิดอยากจะบวชมาตั้งแต่อายุ 12 ปี แต่มาบวชจริง เมื่ออายุ 25 ปี ในวันที่ 31 มีนาคม 2502 ณ วัดธาตุมีชัย บ้านโคกคอน ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร โดยมีพระครูอดุลย์สังขกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูพิพิธธรรมสุนทร เป็นพระอนุสาวนาจารย์และพระอาจารย์สุภาพ ธมฺปญฺโญ เป็นผู้ฝึกหัดขานนาคให้........ ต่อมาสอบนักธรรมตรีได้ในพรรษาที่ 3 หลังออกพรรษาในปีแรก ได้เริ่มออกธุดงค์ ไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อแสวงหาโมกขธรรม และได้พบกับพระอาจารย์ที่ได้ยินกิติศัพท์ ทั้งภาคอีสาน ภาคใต้ และ ภาคเหนือ แต่ที่พระอาจารย์เปลี่ยนอยู่ฝึกปฏิบัติธรรมด้วยนานๆและรับใช้ใกล้ชิดสนิทสนม คือ หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ หลวงปู่เทศก์ เทสฺรงฺสี หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม และหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ...... ส่วนรูปอื่นๆ ก็เช่น พระอาจารย์จวน กุลเชษโฐ หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่คำดี ปภาโส หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ครูบาอินทจักรรักษา อินฺทจกฺโก หลวงปู่สาม อกิญฺจโน พระอาจารย์วัน อุตฺตโม หลวงปู่แว่น ธนปาโล หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต ฯลฯ ซึ่งก็ต่างมีเมตตาเทศน์อบรม ทำให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้นเป็นลำดับ...... ปัจจุบัน พระอาจารย์เปลี่ยน ได้มาอยู่จำพรรษาพร้อมกับหมู่คณะที่บ้านปง หรือวัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โทร.09-8164343











































































































Supawat Thonglamul


กราบครั้งแรก
พบตอนบ่ายท่านกำลังแจกเสื้อผ้าให้ชาวเขาไกล้ที่ฉันน้ำปานะ
มีเด็กวิ่งเล่นส่งเสียงดัง อึกทึก ร้องสนุกสนาน แต่ท่านเทศน์นิ่งมาก
จากนั้นก็มากราบและทำบุญเรื่อยมา
ช่วงที่วาดภาพให้วัดอรัญญวิเวกได้กราบท่านทุกวัน
ทั้งเช้าและเย็น
เช้ามืดของวันหนึ่ง ได้ขึ้นมาที่วิหาร
และตั้งใจจะวาดไปจนถึงเวลาอาหารเช้า
ขณะที่วาดอยู่มีความรู้สึกว่ามีใครมายืนอยู่ข้างหลัง
พอหันกลับไปมอง เห็นท่านเดินออกไปที่ประตู
แสดงว่าท่านยืนดูการวาดรูปนานเท่าใหร่ไม่ทราบได้

ในบางวันขณะที่พวกช่างทำงานฉาบปูนติดลายอยู่บนซุ้มประตูทางเข้าวิหาร
ท่านเดินลอดผ่านเข้ามาด้านใน 
เพื่อมาดูและให้กำลังใจกับบรรดาช่างที่ทำงานถวายวัด

รู้วาระจิตของช่างจะแอบกลับบ้านที่สกล
เย็นวันหนึ่งได้เวลาพักสายตา ก็มายืนด้านนอกวิหารที่กำลังสร้าง
ขณะที่กำลังคุยกับช่างท่านก็มาพอดี
เรากับช่างถอดรองเท้า พร้อมกับยกมือใหว้
สักพักท่านเอ่ยกับช่างว่าจะกลับบ้านเหรอ

ช่างบอกว่าหลวงพ่อรู้ได้อย่างไร
ผมคิดว่าจะกลับ เพียงคิดในใจ ไม่ได้บอกใคร
หลวงปู่เปลี่ยนก็ยิ้ม แล้วเดินพักผ่อนในยามเย็น

กราบครั้งสุดท้าย
ท่านยิ้มให้และเป็นยิ้มพิมพ์ใจ
ที่ประทับในดวงใจไปนานแสนนานตลอดไป...


























ท่านประสิทธิ์










                                   Amm before going to The USA.

No comments:

Post a Comment

Temp Song